" นายเชื้อ ชนานพ "
เกิดวันที่ 8 กรกฎาคม 2443 สมัยปลายรัชกาลที่ 5 ณ. บ้านใกล้ศาลเจ้าแม่ทับทิม ตำบล อ่างศิลา อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี
บิดานายฉาบ ชนานพ
มารดานางผุด ชนานพ
 
การศึกษา
วัดอ่างศิลา โดยมีพระศรีวิสุทธิสมาจารย์ (ศรี) เจ้าอาวาส เป็นผู้ให้การศึกษา อบรม อายุ 16 ปี ออกมาช่วยครอบครัวทำประมง- โป๊ปลาจบชั้นมัธยมปีที่ 4 ร.ร.ประจำตำบลอ่างศิลา อ.เมือง จังหวัด ชลบุรี
การรับราชการ
2464
พ.ศ.2464 อายุ 21 ปี ได้รับการคัดเลือกเข้าเป็นทหารประจำการ เป็นพลทหารเรือสอบเป็นนักเรียนนายจ่าทหารเรือได้ เรียนที่จังหวัดสมุทรปราการจบหลักสูตรประกาศนียบัตร ร.ร.จ่าทหารเรือ เป็นจ่าสำรอง ทำหน้าที่ผู้ช่วยนายตอนฝึก ทหารใหม่ในปกครอง 40 คน ประจำการเรือ ร.ล.สุครีพ
ร.ล.พาลี และ ร.ล.มรุธาภิเศก รับยศเป็นจ่าตรี และปลดประจำการเมื่อ
พ.ศ. 2466 (อายุ 23 ปี)หลังจากนั้นนายเชื้อ ชนานพ เดินทางเข้ากรุงเทพฯ ตามคุณแม่มาอยู่ในบริเวณ วังของกรมหลวงพิชิตปรีชากรที่สามยอด
2466
บวชที่วัดราชนัดดาราม พระประสิทธิสุดคุณ (ทิมวฑโฒ) เจ้าอาวาส
วัดราชนัดดาราม เป็นพระอุปัชฌายะ 1 พรรษา
การทำงาน
-
เริ่มด้วยการเป็นลูกจ้างโรงรับจำนำ
-
ตั้งร้านค้าที่บางลำพู ขายหมากพลู บุหรี่ และ หนังสือพิมพ์
-
ตั้งห้างนพรัตน์ ขายเสื้อเชิ๊ตสำเร็จรูป กางเกงแพร และของเบ็ดเตล็ด ซึ่งได้ยกฐานะเป็น บริษัท นพรัตน์ จำกัด ในเวลาต่อมา
>>>>>เมื่อมีทุน ฐานะดีขึ้น รู้จักกับบรรดานายธนาคาร-นักการเมือง-พ่อค้าระดับชาติแล้ว นายเชื้อ ชนานพตัดสินใจกลับลงสู่ท้องถิ่น จังหวัดชลบุรี และทำกิจการหลายสาขาขึ้น เช่น ผลิตโสมกวนตราค้างคาว ยาสีฟันยี่ห้อสตาร์เด้นซ์ ฝุ่นทาหน้ายี่ห้อ "ชูราศี" โรงเลื่อยไม้ โรงงานผลิตมันเส้นและมันเม็ด โรงน้ำแข็ง โรงแรมนพรัตน์ และร้านอาหารนพรัตน์ เป็นต้น และที่สำคัญที่สุดในฐานะคนเมืองชล คือการสร้างโรงงานน้ำตาล แต่โรงงานน้ำตาลมีผลพลิกผันชีวิตของนายเชื้อ ชนานพ อย่างไม่น่าเชื่อ ถือเป็นความเจ็บปวดในชีวิตของท่านผู้นี้
ธุรกิจเสื้อผ้าสำเร็จรูปนพรัตน์
>>>สงครามโลกครั้งที่ 2 นายเชื้อ ชนานพ เริ่มทำเสื้อผ้าสำเร็จรูป ในช่วงแรกคนไม่นิยม เพราะเป็นเสื้อโหล "สู้เสื้อตัดไม่ได้

>>>เครื่องจักร อุปกรณ์ รวมทั้งผ้าสั่งซื้อจากพ่อค้าอินเดีย โดยระบบสินเชื่อ ลงทุนไปมาก สินค้าจำหน่ายไม่ได้ ทั้งผ้าผืน และผ้าสำเร็จรูปเต็มโกดัง หนี้เพิ่ม ขาดสภาพคล่อง เจ้าหนี้ฟ้องล้มละลาย ศาลสั่งล้มละลาย กำลังถูกอายัดทรัพย์สิน

>>>สถานการณ์ช่วยไว้ทัน คือได้เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ไทยประกาศเป็นพวกเข้าร่วมสงคราม กับ อังกฤษ สหรัฐและจีน โดยเหตุที่ ชาวอินเดียเป็นชนชาติศัตรูของไทย ศาลจึงงดพิจารณาคดี

>>>ระหว่างสงคราม ราคาเสื้อผ้า อาหาร ยารักษาโรค เพิ่มขึ้นเป็น 10 เท่าตัว
ร้านนพรัตน์ จึงมีกำไรจากเสื้อผ้ามากมายมหาศาล หักใช้หนี้เดิมแล้ว ยังเหลืออีกจำนวนมากสำหรับลงทุนประกอบธุรกิจอื่น

>>>ฐานะอันโดดเด่นนี้ นำ นายเชื้อ ชนานพ ไปสู่การร่วมก่อตั้งหอการค้าไทย และสู่สังคมธุรกิจชั้นสูงอื่น ๆ อีกมาก
ก่อสร้างโรงงานน้ำตาลทรายขาว

>>>ปีเมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ขึ้นไม่นาน นายเชื้อ ชนานพ อพยพครอบครัวมาอยู่จังหวัดชลบุรี บ้านเกิด ญี่ปุ่นบุกไทย ทหารเพื่อนเก่าชื่อนายบุญส่ง แก้วไพฑูรย์ วิเคราะห์กันว่า ในช่วงสงครามโลกนี้ ต้องขาดแคลนเครื่องอุปโภค บริโภคแน่นอน จึงร่วมกันลงทุนตั้งโรงงานน้ำตาลทรายขาว ชื่อ "บุญส่งนพรัตน์" ตั้งโรงงานอยู่ ณ ตำบลห้วยกะปิ อำเภอบางปลาสร้อย จังหวัดชลบุรี ผลิตน้ำตาลทรายขาวได้วันละ 12-14 กระสอบ นำออกจำหน่ายได้กำไรดีมาก

>>>บริษัท บุญส่งนพรัตน์ จำกัด สำนักงานตั้งอยู่เลขที่ 289-291 ถนนเจริญกรุง (ใต้สี่แยก เอส.เอ.บี) ตำบลป้อมปราบ จังหวัดพระนคร

>>>บริษัทนี้ จดทะเบียนเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2489 ทุนจดทะเบียน 1.8 ล้านบาท แบ่งเป็น 3,000 หุ้น ๆ ละ 600 บาท ผู้ก่อตั้งคือ นายบุญส่ง แก้วไพฑูรย์ นางบัว แก้วไพฑูรย์ และนาย เกษม แก้วไพฑูรย์ กับ นายเชื้อ ชนานพ และ นางรัตนา ชนานพ

>>>ระหว่างสงคราม กิจการน้ำตาลได้กำไรดี พอหลังสงคราม ราคาน้ำตาลตกต่ำลง และมีโรงงานน้ำตาลเกิดขึ้นมากมาย นายเชื้อ ชนานพ เห็นว่า ที่ตั้งโรงงานไม่เหมาะสม เนื่องจากอยู่ไกลแหล่งวัตถุเชื้อเพลิง ทำให้ต้นทุนสูง จึงได้ย้ายโรงงานไปตั้งที่ อำเภอบางพระ จ. ชลบุรี พร้อมขยายกำลังการผลิตเป็นวันละ 300-400 กระสอบ เปลี่ยนชื่อเป็น " บริษัทน้ำตาลทรายอ่างหิน จำกัด" สำนักงานใหญ่ อยู่เลขที่ 73 ถนนกรุงเทพ-สมุทรปราการ ต.บางกะปิ อ.พระโขนง จ.พระนคร

>>>28 ม.ค.2492 ได้ย้ายสำนักงานไปที่ เลขที่ 2 ถนนเพลินจิตต์ ซอยสมคิด ต.ลุมพินี อ. ปทุมวัน จ. พระนคร

28 มี.ค.2494 ได้ย้ายสำนักงานไป เลขที่ 13-15 ถนน มหาพฤฒาราม ต.มหาพฤฒาราม อ. บางรัก จ.พระนคร

>>>พ.ศ.2495-97 นายเชื้อ ชนานพ ได้เข้ามาคลุกคลีในวงการน้ำตาลระดับสูง พร้อมเป็นกรรมการใน บริษัท อุตสาหกรรมน้ำตาลแห่งประเทศไทย จำกัด ร่วมกับจอมพลผิณ ชุณหะวัณ รองนายกรัฐมนตรี จึงทำให้มีความรู้ ประสบการณ์ และ เกิดความมั่นใจในอุตสาหกรรมนี้เป็นอย่างมาก

>>>การแข่งขันบังคับให้นายเชื้อ ชนานพ ต้องเพิ่มทุนในต้นปี 2498 พร้อมขยายกำลังการผลิตของโรงงานอีก โดยจัดซื้อที่ดินเพิ่ม 16 ไร่เศษ ขยายโรงงาน จนเต็มพื้นที่ พร้อมเปลี่ยนชื่อโรงงานเป็น "บริษัทอุตสาหกรรมน้ำตาลทราย บางพระ จำกัด" การขยายโรงงานมิได้ทำให้โรงงานมีกำไรแต่อย่างใด กลับต้องเผชิญกับการขาดทุน นายบุญส่ง แก้วไพฑูรย์ จึงขอถอนตัว ขายทรัพย์สินให้ นายเชื้อ ชนานพ รับผิดชอบโรงงานน้ำตาลแต่ผู้เดียว

>>>นายเชื้อ ชนานพ รับซื้อไว้พร้อมขยาย และปรับปรุงกิจการให้ทันสมัยขึ้น กำลังผลิตเป็น 600-700 กระสอบต่อวัน มีพนักงานกว่า 100 ครอบครัว และ เปลี่ยนชื่อเป็น "บริษัท รัตนาอุตสาหกรรม จำกัด" มีนางรัตนา ชนานพ เป็นผู้บริหารงาน ซึ่งระยะแรกก็ผ่านเหตุการณ์ยุ่งยากไปได้ระยะหนึ่ง

>>>26 พ.ย. 2501 ได้เพิ่มทุน 3 ล้านบาท 3,000 หุ้น ๆ ละ 1,000 บาท พร้อมเปลี่ยน
แปลงกรรมการ (1) นายประสิทธิ์ การุณยวณิช (2) นายเชื้อ ชนานพ (3) นางรัตนา ชนานพ (4) นายวิทยา วรรณดิษฐ์ (5) นายอำพณ ศิลป์ประสิทธิ์ (6) นางอัจฉรา มกรานนท์ (7) นางสะคราญ การุณยวณิช

>>>โรงงานน้ำตาลของ นายเชื้อ ชนานพ ช่วงปี 2504/05 มีกำลังการผลิต 664.67 ตันอ้อยต่อวัน ผลิตน้ำตาลได้ ในช่วงปีการผลิต 2504/05 ผลิตน้ำตาลทรายขาว ได้จำนวน 27,020 กระสอบ และ 3 ปีต่อมาผลิตน้ำตาลทรายขาว ได้ 15,400 กระสอบ , 32,610 กระสอบ และ 31,667 กระสอบ ตามลำดับ โรงงานแห่งนี้ได้หยุดทำการผลิตตั้งแต่ ปี 2508/09 เป็นต้นมา

>>>อุตสาหกรรมน้ำตาลของไทย ช่วงปี 2507/08 ถึงปี 2510/11 เป็นช่วงวิกฤติในตลาดโลกและมีความสับสนไม่แน่นอนหลายประการภายในประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านนโยบาย สิ่งเหล่านี้ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ประกอบการจำนวนมาก รวมทั้ง บริษัท รัตนาอุตสาหกรรม จำกัด ของนายเชื้อ ชนานพด้วย

>>>ความผันผวนเริ่มต้นเมื่อปลายปี 2506 คิวบาประเทศผู้ผลิตและผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุดของโลก ประสบพายุสลาตัน ฟลอร่าเข้ากระหน่ำ ทำลายอ้อยและการผลิตน้ำตาลอย่างมาก ผลผลิตลดลง ตลาดน้ำตาลในลอนดอน มีราคาพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว สู่ระดับ ตันละ 100 ปอนด์ ในเดือน ตุลาคม 2506 ทั้ง ๆ ที่ในภาวะปกติอยู่ในระดับประมาณ 30 ปอนด์ ปีต่อมา 2507/08 ผู้ผลิตน้ำตาลของโลกตอบรับทันที โดยหันมาขยายการผลิตเป็นการใหญ่ ส่งผลต่อเนื่อง ในปี 2507 และ 2508

>>>เมื่อเดือน ธันวาคม 2506 ราคาตันละ 87-89 ปอนด์ ปี 2507 เดือน มีนาคม เหลือ 73 ปอนด์ เมษายน 65 ปอนด์ มิถุนายน 50 ปอนด์ ธันวาคม 26 ปอนด์ ปี 2508 ยิ่งทรุดหนักลงไปอีก เดือนกุมภาพันธ์ เหลือ 23 ปอนด์ พฤษภาคม 22.50 ปอนด์ และกันยายน เหลือเพียง 17.75 ปอนด์

>>>ผู้ประกอบการโรงงานน้ำตาล ของไทย ปรับตัวต่อราคาที่สูงขึ้นปลายปี 2506 ด้วยการขยายการผลิตอย่างมหาศาล โรงงานบางโรงซึ่งธนาคารไปควบคุมกิจการไปแล้ว มีผู้มาขอเช่า หรือขอซื้อเพื่อเปิดกิจการใหม่ โรงงานไม่มีลูกหีบ ขออนุญาตทางราชการให้ติดตั้งลูกหีบ และเพิ่มกำลังการผลิตเป็นทวีคูณ เกิดการรวมใบอนุญาต ตั้งโรงงานน้ำตาล และปรับกำลังการผลิตให้สูงขึ้น

>>>ปี 2505/06 โรงงานน้ำตาลที่มีลูกหีบ มีกำลังการผลิต รวมกันวันละ 19,650 ตันได้ เพิ่มขึ้นเป็น 20,650 ตัน/วัน ในปี 2506/07 และเพิ่มขึ้นเป็น 24,578 ตัน/วันในปี 2507/08

>>>ผลผลิตน้ำตาลปี 2506/07 มีจำนวน 1.679 ล้านกระสอบ ได้เพิ่มขึ้นเป็น 3.199 ล้านกระสอบ ในปี 2507/08 เพิ่มขึ้นถึง ร้อยละ 90.53 ในปีเดียว ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ไม่น้อย ผลที่ตามมาก็คือ น้ำตาลล้นตลาดอย่างต่อเนื่อง 2-3 ปี

>>>เหตุการณ์ดังกล่าวข้างต้นถูกซ้ำเติมด้วยการปรับเปลี่ยนนโยบายของรัฐ เพราะรัฐมนตรีใหม่ที่เข้ามารับผิดชอบแทน นายบุณย์ เจริญไชย คือพลอากาศโท มุนี มหาสันทนะ เวชยันต์รังสฤษฎ์ และปลัดกระทรวงคนใหม่ นายสะอาด หงส์ยนต์ ได้ปรับเปลี่ยน นโยบายอุตสาหกรรมใหม่ ปล่อยให้เป็นเสรี นักธุรกิจที่ปรับตัวกันไม่ทัน ต้องรับเคราะห์กรรมกันไป

ความล้มเหลวในธุรกิจน้ำตาล

>>>เมื่อราคาน้ำตาลในตลาดตกลงมาต่ำกว่าต้นทุนอย่างมาก นายเชื้อ ชนานพ ได้ตัดสินใจไม่ขาย ยอมเก็บสต๊อกไว้ในโกดัง เพราะหากขายปัญหาขาดทุนมหาศาลทันที หวังรอราคาขึ้นจึงจะขาย

>>>การเก็บน้ำตาลไว้ในที่ซึ่งไม่เหมาะสมนานเกินควร ทำให้น้ำตาลละลายเป็นน้ำเชื่อมเข้มข้น ไม่สามารถจำหน่ายได้ สูญเสียอย่างไม่มีอะไรเหลือเลย ขาดทุนในการนี้เกือบ 60 ล้านบาท ต้องยุบ และ ขายโรงงานน้ำตาล โรงเลื่อย โรงมัน โรงน้ำแข็ง และกิจการอื่น ๆ บางอย่าง มาชดใช้หนี้สิน ขายที่ดินในกรุงเทพฯ ขายทอดตลาดกิจการ ใช้หนี้จนแทบหมดเนื้อหมดตัว และออกไปจากอุตสาหกรรมน้ำตาลอย่างเจ็บปวดที่สุด

>>>ปี 2510/11 ถึง 2511/12 ได้สะสางหนี้สินจนหมด ขณะมีอายุ 70 ปี
" วิกฤติน้ำตาลล้นตลาด ทำให้ขาดทุนป่นปี้ ผมถูกฟ้องถึง 7 คดี ต้องไปขึ้นศาลเกือบทุกวัน มีพรรคพวก เพื่อนฝูงมาบอกให้หนี ๆ ผมไม่หนี ผมไม่ได้คดโกงใคร ที่มันเจ๊ง ก็เจ๊งไปทั่ววงการ คุณรัตนา (ชนานพ) เมียผมเธอก็ทนไม่ไหว ผมปลอบใจเธอแล้ว เพราะผมคิดว่า ต้องมีหนทางแก้ไขได้ แต่ก็ไม่ทันการณ์ เพราะคุณรัตนาจากผมไปก่อนที่จะเห็นผมรอดตัวมาได้อย่างทุกวันนี้ " นี่คือข้อเขียนของนายศุภกิจ นิมมานนรเทพ รองอธิบดีกรมทะเบียนการค้า เขียนถึง นายเชื้อ ชนานพ ในหนังสืออนุสรณ์ งานพระราชทานเพลิงศพของนายเชื้อ ชนานพ เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2540

ธุรกิจอื่น ๆ หลังวิกฤติน้ำตาล
>>>หลังวิกฤติน้ำตาล นายเชื้อ ชนานพ ได้หันมาทำธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร ชื่อ "นพรัตน์" เลขที่ 17/3 ซอยนพรัตน์ อ.เมือง จ. ชลบุรี

>>>นายเชื้อ ชนานพ เป็นกรรมการอุตสาหกรรมน้ำตาล (กอต) ตาม พระราชบัญญัติ อุตสาหกรรมน้ำตาล พ.ศ. 2504 พร้อมกับผู้ที่อยู่ในวงการน้ำตาลเอกชน 2 คน คือ หลวงนาทสิริวัฒน์ ซึ่งต่อมาเป็นนายกสมาคมการค้าผู้ผลิตน้ำตาลไทย และ นายบรรเจิด ชลวิจารณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทอุตสาหกรรมน้ำตาลแห่งประเทศไทย จำกัด จึงมีบทบาทในการบริหารสำนักงานกองทุนสงเคราะห์อุตสาหกรรมน้ำตาลด้วย

>>>นายเชื้อ ชนานพ ได้ให้สัมภาษณ์ นายปรีชา พบสุข บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ "บางแสน" ราย 5 วัน จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2537 ณ บ้านซอยนพรัตน์ ต. บางปลาสร้อย อ. เมือง จ.ชลบุรี เกี่ยวกับประวัติของตนเอง นายเชื้อ ชนานพ เล่าว่า
" ผมเป็นคนจนจริง ๆ ไม่มีใครจนเท่าผม ต้องเอาผ้าเหลืองไปย้อมหม้อเกลือ มาทำเป็นเสื้อผ้า หลังจากนั้นลงทะเลไปหากิน ที่อ่าวอุดม และจึงไปอยู่ที่ ตำบลเพ ตำบลแกลง จังหวัดระยองพี่ชายตาย จึงไปอยู่ที่จังหวัด ระยอง ต่อมาสิ้นเนื้อประดาตัว จึงมาเป็นนักเลงที่ ชลบุรี เล่นการพนัน อบายมุข ทุกชนิด กินเหล้าจนตับแข็ง อายุราว ๆ 20 ปี ยังเป็นคนคุมบ่อนการพนัน ในอดีตรัฐบาลอนุญาตให้ตั้งบ่อนได้ แล้วเก็บเงิน ผมเป็นคนคุมบ่อน ปัจจุบันนี้ เหล้าและบุหรี่ เลิกหมดแล้ว ต่อมาผมได้เดินทางเข้ากรุงเทพ ฯ อายุ ราว 23-24 ปี ยังเคยเป็นทหาร สมัยนั้นยังจนอยู่ ต้องอาศัยเขาอยู่ ค้าขายทุกชนิด ที่บางลำพู โดยใช้ชื่อว่า "นพรัตน์" มีเครื่องจักร เป็น โรงงานใหญ่ในกรุงเทพฯ ต่อมาพรรคพวกได้ชวนมาทำโรงงานน้ำตาล ที่เมืองชลบุรี ต่อมาทำโรงเรื่อย ที่บางพระ ทำโรงแป้ง ผมขาดทุน อายุ 70 ปี เป็นหนี้ 10 ล้านบาท จึงคิดว่า "อะไรจะเสียก็เสียไป ขออย่าให้เสียใจก็แล้วกัน หมดเนื้อหมดตัว จึงขายที่ดินที่มีอยู่ใช้หนี้ รวมทั้งบ้านช่อง จนกระทั่งใช้หนี้หมด"

>>>นายเชื้อ ชนานพ ได้เสียชีวิตในวันที่ 26 มีนาคม 2540 รวม อายุ 96 ปี

>>>กล่าวโดยสรุป นายเชื้อ ชนานพ เป็นนักธุรกิจชั้นนำรุ่นแรก ของเมืองไทย เติบโตมาด้วยความยากลำบากในเบื้องต้น ครั้นประสบความสำเร็จก็ได้เข้าไปมีบทบาทในการก่อตั้ง สถาบันสำคัญของชาติหลายแห่ง เช่น สมาคมพ่อค้าไทย หอการค้ากรุงเทพ (หอการค้าไทย) วิทยาลัยการพาณิชย์ (มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย) รวมทั้งสร้างความเจริญให้แก่จังหวัดชลบุรี บ้านเกิด อีกมากมาย เช่น ตั้งหอการค้าจังหวัดชลบุรี สโมสรโรตารี่ โรงพยาบาล และ โรงเรียนเป็นต้น

>>>สำหรับอุตสาหกรรมน้ำตาล นายเชื้อ ชนานพ ได้เข้ามาตั้งโรงงานน้ำตาล
ทรายขาวรุ่นแรกของประเทศไทยเช่นกัน ธุรกิจน้ำตาลดูเหมือนจะไม่เป็นคุณกับชีวิตของนายเชื้อ ชนานพ นัก ทั้งๆ ที่ นายเชื้อ ชนานพ ได้มีบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบายน้ำตาล ของประเทศ เช่น เป็นคนสำคัญในชมรมผู้ผลิตน้ำตาลแห่งประเทศไทย มีฐานะเหมือนสมาคมโรงงานน้ำตาลไทยในปัจจุบัน เป็นกรรมการบริษัท อุตสาหกรรมน้ำตาลแห่งประเทศไทย จำกัด รุ่นแรกๆ และเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามพระราชบัญญัติอุตสาหกรรมน้ำตาลทราย พ.ศ. 2504

>>>ในด้านธุรกิจของตนเอง นายเชื้อ ชนานพ ต้องประสบวิกฤติในอุตสาหกรรมครั้งใหญ่ ในช่วงปี 2504/05 - 2507/08 และไม่สามารถฟันฝ่าอุปสรรคออกมาได้โดยไม่เจ็บปวด ต้องเลิกกิจการไปในปีวิกฤติครั้งนั้น เป็นที่น่าเสียดายที่ นายเชื้อ ชนานพ นักธุรกิจใหญ่ที่ เข้าสู่วงการน้ำตาลในช่วงก่อนสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 และ จำต้องออกจากอุตสาหกรรมน้ำตาลไป เมื่อปี 2507/08 เพราะ ไม่สามารถผ่านช่วงวิกฤติที่รุนแรงในครั้งนั้นได้
 
Copyright @ Thai Sugar Millers Corp.
 
18 th Floor. IBM Building 388 Phaholyothin Road , Bangkok 10400 Thailand Tel. 0-2273-0992 Fax. 0-2619-0515 Email : info@thaisugarmillers.com