" คุณหญิงบุญเกื้อ เบญจกาญจน์ "

(บริษัท บุญเกื้ออุตสาหกรรม จำกัด)
เกิดวันที่ 22 สิงหาคม 2457
ถึงแก่กรรมวันที่ 14 เมษายน 2515
รวมอายุ 58 ปี
สามี นายนิวัต เบญจกาญจน์
บุตรธิดา
>>(1) นางผกาพรรณ เจียมเจริญ
>>>>(สามีชื่อ นายอนันต์ เจียมเจริญ)
>>(2) นายกวีวงศ์ เบญจกาญจน์
 
การศึกษา
  • ประถมศึกษา โรงเรียนจีน ชื่อ ซือจิวคุณ สะพานเหลือง สำเร็จชั้นประถม
  • มัธยม โรงเรียนชินหมิน ใกล้สะพานยศเส
ธุรกิจ
(1)
บริษัท บุญเกื้ออุตสาหกรรม จำกัด ประกอบกิจการโรงน้ำตาล
(2)
บริษัท คริสเตียนนี่ จำกัด ประกอบกิจการผู้รับเหมาและเป็นผู้สร้างท่าเรือคลองเตย
(3)
บริษัท ประมวลผล จำกัด
(4)
บริษัท อุตสาหกรรมน้ำตาลตะวันออก จำกัด
(5)
บริษัท ไทยฟิลอินเวสเมนต์ จำกัด (สยามโบว์)

>>>คุณหญิงบุญเกื้อ เบญจกาญจน์ ถือเป็นบุคคลสำคัญในวงการน้ำตาลของไทยคนหนึ่งที่เข้าไปมีบทบาท ในการเสนอแนะให้ความคิดเห็นกับภาครัฐในการแก้ปัญหาอุตสาหกรรมน้ำตาลของชาติช่วงปี 2488-2504

>>>ปี 2488 เป็นปีที่โรงงานน้ำตาลภาคเอกชนเกิดขึ้นพร้อม ๆ กัน หลายแห่ง โรงงานเหล่านี้
ได้กลายมาเป็นกลุ่มน้ำตาลที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทยในทุกวันนี้ เช่น กลุ่มไทยรุ่งเรือง และ กลุ่มกว้างสุ้นหลี เป็นต้น

>>>ช่วงเวลา 10 ปี ระหว่างปี 2485-2495 เป็นช่วงเวลาที่อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายเข้าสู่ภาวะวิกฤติใน 2 ด้าน คือ วิกฤติการขาดแคลนน้ำตาล กับวิกฤติน้ำตาลล้นตลาด กลุ่มบุคคลในอุตสาหกรรมนี้ ทั้งภาครัฐ(หมายถึงนักการเมือง ข้าราชการประจำ รวมทั้งพนักงานรัฐวิสาหกิจ) และภาคเอกชน(ชาวไร่อ้อย โรงงานน้ำตาล ผู้ประกอบการค้าส่ง ค้าปลีก) ต่างร่วมกันหาทางแก้ไขอย่างเต็มที่

>>>รูปแบบในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวข้างต้น มีคุณหญิงบุญเกื้อ เบญจกาญจน์ เข้าไปเกี่ยวข้องด้วยเกือบทุกกรณี ในฐานะตัวแทนของฝ่ายโรงงานน้ำตาลในนามของชมรมผู้ผลิตน้ำตาลแห่งประเทศไทย มีสมาชิกชมรมอยู่ประมาณ 20 โรงงานทั่วประเทศ

>>>ผู้ผลิตน้ำตาลภาครัฐในขณะนั้นคือ องค์การน้ำตาลไทย มีสัดส่วนในการผลิตประมาณ 34 เปอร์เซ็นต์ ในปี 2491 และ 44 เปอร์เซ็นต์ ในปี 2493

>>>การสร้างความสมดุลระหว่างโรงงานภาครัฐและโรงงานภาคเอกชน กับภาวการณ์ผลิตและ
การค้าของประเทศ ต้องอาศัยการประสานงานอย่างดี

>>>ผลผลิตที่สำคัญของความร่วมมือดังกล่าวได้แก่ การจัดตั้ง บริษัท อุตสาหกรรมน้ำตาลแห่งประเทศไทย จำกัด ในปี 2496 เพื่อใช้เป็นกลไกหลักในการบริหารอุตสาหกรรมนี้ ให้มีความคืบหน้าสืบมา

>>>สำหรับธุรกิจส่วนตัวนั้น คุณหญิงบุญเกื้อ เบญจกาญจน์ ได้เข้าไปดูแลกิจการร่วมกับ
นายนิวัต เบญจกาญจน์ ผู้เป็นสามีอย่างเข้มแข็ง โดยมีพี่ชายคือ นายสะไกร สามเสนและน้องชายคือ นายสกรรจ์ สามเสน และ นายเสกล สามเสน ไปช่วยปฏิบัติงานในโรงงานน้ำตาลที่จังหวัดอุดรธานี

>>>พ.ศ.2491 คุณหญิงบุญเกื้อ เบญจกาญจน์ ได้ย้ายโรงงานจากปากคลองสามเสนไปยัง บ้านโนนจำปา ตำบล ตูมใต้ อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี

>>>พ.ศ.2496 ขณะนั้น ประเทศไทยมีโรงงานน้ำตาลทรายขาว 34 โรงงาน และโรงงานน้ำตาลทรายแดง/น้ำเชื่อมประมาณ 276 โรงงาน จังหวัดอุดรธานี มีโรงงานน้ำตาลทรายขาวอยู่ 3 โรงงานคือโรงงานบุญเกื้ออุตสาหกรรม โรงงานไทยอีสาน และ โรงงานน้ำตาลไทยไพบูลย์

>>>ส่วนโรงงานน้ำตาลทรายแดง/น้ำเชื่อม ในจังหวัด อุดรธานี มีจำนวน 22 โรงงาน เป็นของรัฐ 5 โรงงาน และของเอกชน 17 โรงงาน

>>>ความต้องการหีบอ้อยปีละประมาณ 117,000 ตัน แต่มีอ้อยอยู่เพียง 40,000 ตัน จึงเกิดปัญหาการแย่งอ้อยกันเสมอ

>>>โรงงานของเอกชนขณะนั้น มีประสิทธิภาพด้อยกว่าโรงงานของรัฐ ทั้งด้านเทคนิค และ
การจัดการ

>>>โรงงานบุญเกื้อต้องการอ้อยประมาณ 30,000-40,000 ตันต่อปี หรือผลิตน้ำตาลได้ประมาณปีละ 21,000-28,000 กระสอบ

>>>เมื่อมีการจัดตั้ง บริษัท อุตสาหกรรมน้ำตาลแห่งประเทศไทย จำกัด ขึ้น ระบบการบริหารการผลิต อาศัยกลไกของบริษัทนี้เป็นผู้ประสานงาน เพราะมีฝ่ายการเมือง ข้าราชการประจำ ผู้ผลิตและชาวไร่อ้อยเป็นกรรมการอยู่โดยพร้อมเพรียงกัน

>>>แต่ละปี จะมีการกำหนดปริมาณการบริโภค สต๊อกคงเหลือ ผลผลิตประจำปี และราคาอ้อยไปพร้อมกัน

>>>กลไกสุดท้ายคือ ปริมาณการนำเข้า น้ำตาลจากต่างประเทศในจำนวนที่ผลิตได้ไม่พอ ทั้งนี้โดยให้บริษัทนี้ เป็นผู้นำเข้าแต่ผู้เดียว

>>>การบริหารจึงสำเร็จลุล่วงมาด้วยดี จนถึงปี 2498/99 โรงงานบางกลุ่มไม่ให้ความร่วมมือในระบบการจัดจำหน่ายภายในประเทศ ยังแก้ไม่เสร็จก็เกิดการปฎิวัติปี 2501 เสียก่อน

>>>คณะปฎิวัติ พ.ศ.2501 ได้ปรับปรุง บริษัท อุตสาหกรรมน้ำตาลแห่งประเทศไทย จำกัด ใหม่ดำเนินการด้วยวิธีเดียวกัน แต่มีธนาคารเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ในฐานะผู้สนับสนุนด้านการเงิน

>>>ผลก็คือ น้ำตาลผลิตได้เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากในเวลาต่อมา และล้นตลาดอีกครั้งหนึ่ง

>>ปี 2501/02 เป็นต้นมา ตลาดน้ำตาลล้นตลาด มีราคาลดลง จนปี 2503/04 บริษัท อุตสาหกรรมน้ำตาลแห่งประเทศไทย จำกัด ขอให้รวมกลุ่มผู้ผลิตขึ้น เพื่อจัดระเบียบการผลิตและการค้าร่วมกันของผู้ประกอบกิจการโรงงานน้ำตาลทราย

>>>คุณหญิงบุญเกื้อ เบญจกาญจน์ ได้รับมอบหมายให้เป็นประธานคณะกรรมการพิจารณา
รวมกลุ่มผู้ผลิตน้ำตาลทราย มีการร่างข้อบังคับการรวมกลุ่ม และสัญญาซื้อขายน้ำตาลขึ้น นอกจากนี้ยังมีคณะอนุกรรมการพิจารณารายละเอียดเกี่ยวกับการผลิตและการเงิน โรงงานบางกลุ่มไม่เห็นด้วยในข้อตกลง จึงยกเลิกไป

>>>นายบุณย์ เจริญไชย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในขณะนั้น จึงจำเป็นต้องเสนอร่างพระราชบัญญัติอุตสาหกรรมน้ำตาลทราย พ.ศ.2504 มาใช้บังคับแทนกฎหมายฉบับนี้มีผลใช้บังคับในวันที่ 23 พฤศจิกายน 2504

>>>การบริหารงานตาม พระราชบัญญัติอุตสาหกรรมน้ำตาลทราย พ.ศ.2504 นี้ ประสบผลสำเร็จในระยะ 2 ปีแรก ครั้นถึงฤดูการผลิตปี 2506/07 ได้เกิดภาวะน้ำตาลล้นตลาดขึ้น ไม่สามารถแก้ไขได้จึงได้ยกเลิกไปในปี 2508

>>>การผลิตของ โรงงานบุญเกื้ออุตสาหกรรม สามารถผลิตน้ำตาลได้ 4,092 ตัน 4,156 ตัน และ 3,368 ตัน ในปี 2504/05 2505/06 และ 2506/07 ตามลำดับ

>>>อย่างไรก็ดี เมื่อปี 2506 ได้มีโครงการร่วมมือระหว่างรัฐบาลญี่ปุ่นกับรัฐบาลไทยที่จะร่วมมือ
กันพัฒนาเศรษฐกิจและชนบท รัฐบาลญี่ปุ่นสนับสนุนเอกชนได้มาร่วมลงทุนในประเทศต่าง ๆ ในทวีปเอเชีย

>>>เมื่อเดินทางไปดูความเป็นไปได้ในการส่งเสริมการผลิตน้ำตาลทราย หลายประเทศแล้ว บริษัทญี่ปุ่นเลือกที่จะลงทุนในประเทศไทย จึงมีการจัดตั้ง บริษัท ชิบาโต (ประเทศไทย) จำกัด ขึ้น เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2506 ทุนจดทะเบียน 30 ล้านบาท แบ่งเป็น 300,000 หุ้น ๆ ละ 100 บาท ผู้ถือหุ้นประกอบด้วย

>>>>>(1) นายอุเมกิชิ อาโอกิ
>>>>>(2) นายมาซาโอ อินูไก
>>>>>(3) นายเคนนิชิ โกริ
>>>>>(4) นายนิวัต เบญจกาญจน์
>>>>>(5) นายไสว สุทธิพิทักษ์
>>>>>(6) นายอรุณ เรืองศิริ

>>>วัตถุประสงค์ของบริษัทนี้คือ

(1) ช่วยอุตสาหกรรมน้ำตาลทรายในประเทศไทย เพื่อให้สามารถแข่งขันกับตลาดระหว่างประเทศได้ โดยการทำในด้านเทคนิค ความพยายามและความชำนาญ การผลิตที่มีประสิทธิภาพสูงและผลิตผลที่มีคุณภาพสูง และ

(2) ให้ความร่วมมือในโครงการ 5 ปี ในการพัฒนาภาคอีสานของประเทศไทย โดยการให้ประชาชนมีงานทำเพิ่มขึ้น และ เป็น การเพิ่มพูนรายได้ของประชาชนในถิ่นนั้น
เมื่อปรับปรุงโรงงานแล้วสามารถผลิต น้ำตาลได้เพิ่มขึ้น 3 เท่าตัว คือ ปี 2507/08 หีบอ้อย ได้ 107,840 ตัน เป็นน้ำตาล 9,898 ตัน ถือเป็นโรงงานที่มีประสิทธิภาพสูงมากในขณะนั้น

บริษัทแม่ที่ประเทศ ญี่ปุ่น ชื่อ บริษัทชิบาอุระเซโตะ จำกัด (ต่อมาคือ บริษัทน้ำตาลมิตซุย จำกัด) ได้มาร่วมทุนกับบริษัทบุญเกื้ออุตสาหกรรม จำกัด ดำเนินงาน ปรับปรุงโรงงานน้ำตาลขึ้นมาใหม่ ในนามของ บริษัท น้ำตาลกุมภวาปี จำกัด จนปัจจุบันนี้

 
Copyright @ Thai Sugar Millers Corp.
 
18 th Floor. IBM Building 388 Phaholyothin Road , Bangkok 10400 Thailand Tel. 0-2273-0992 Fax. 0-2619-0515 Email : info@thaisugarmillers.com