 | | เกิด | วันที่
3 กรกฎาคม 2431 กลางสมัยรัชกาลที่ 5 | | ถึงแก่กรรม |
วันที่ 6 มกราคม 2490 รวมอายุ 59 ปี | | ครอบครัว | | | สมรสกับ
น.ส.ถนอม เทียนสว่าง มีบุตรธิดารวม 9 คน คือ | >>(1)
นายสกล สามเสน >>(2)
นายสกูล สามเสน >>(3)
นายสะไกร สามเสน >>(4)
คุณหญิงบุญเกื้อ เบญจกาญจน์ >>(5)
นายเสกล สามเสน >>(6)
นายสกรรจ์ สามเสน >>(7)
นางกิ่งแก้ว จารุวัสตร์ >>(8)
คุณหญิงกนิษฐา วิเชียรเจริญ >>(9)
คุณหญิงกนก สามเสนวิลล์ |
|
| การทำงาน | | |
| แนวความคิด | >>>นายมังกร
สามเสน เป็นผู้ที่มีความรู้ และเป็นผู้ที่ได้รับเลือกจากคณะผู้ก่อการ ปี 2475 ให้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรกของประเทศไทย
และเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเภท 2 ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พ.ศ.2475
เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2475 จนกระทั่งลาออกใน พ.ศ.2482
>>>นายมังกร
สามเสน มีแนวความคิดในการพัฒนาเศรษฐกิจ พาณิชยการ กสิกรรม และ อุตสาหกรรมอย่างกว้างขวาง
ในฐานะ ส.ส. ได้ยื่นญัตติเกี่ยวกับเรื่องนี้ต่อสภาผู้แทนราษฎร กรณีของอุตสาหกรรมน้ำตาล
ได้เสนอว่า
>>>"
น้ำตาลเป็นอาหารจำเป็นสำหรับมนุษย์ประเภทหนึ่ง แต่ราษฎรของเราซื้อน้ำตาลจากต่างประเทศปีละหลายล้านบาท
นอกนั้นมีน้ำตาลบางปลาสร้อยและน้ำตาลหม้อจากต้นตาล ต้นมะพร้าวเล็กน้อยเท่านั้น เมื่อ
40 ปีมาแล้ว มีฝรั่งคนหนึ่ง คนไทยเรียกกันว่า อ้ายหมาเน่าได้ตั้งบริษัททำน้ำตาลที่เมืองนครชัยศรีด้วยเครื่องจักรใหญ่โต
แล้วภายหลังต้องเลิก เพราะภาษีขาเข้าเวลานั้นเก็บร้อยชัก 3 น้ำตาลที่ทำในนครชัยศรีขายสู้ราคาน้ำตาลนอกไม่ได้
บริษัทจึงต้องเลิก เวลานี้ภาษีขาเข้าของเราได้เรียกเก็บแพงขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 60
สตางค์ เท่ากับหาบละ 3.60 บาท อาจเป็นการช่วยราคาสินค้าที่ทำขึ้นภายในดีขึ้น ประกอบทั้งเป็นการอุดหนุนการเพาะปลูกให้แก่ราษฎร
เพื่อให้มีงานทำทั่ว ๆ กัน จึงสมควรตั้งบริษัททำน้ำตาลขึ้นในประเทศเรา ในชั้นแรกควรจะตั้งเล็กก่อน
คือไปหาซื้อเครื่องที่บริษัทอื่นเลิกแล้วในใต้อวนเกาะฟาโมซา มีหลายเครื่องที่บอกขาย
ในยะวาก็มีราคาถูก ๆ ฝึกหัดนักเรียนให้ชำนาญการแผนกนี้ด้วย |
| | >>>การที่ตั้งโรงงานหรือบริษัทค้าขายแล้ว
เอานักเรียนให้เข้าฝึกหัดการงานจริง ๆ นั้น ได้ผลกว่าเรียนตำรามาก การที่จะเริ่มงานนี้ขึ้นไม่จำเป็นต้องไปจ้างฝรั่งให้เสียเงินมาก
และทำให้เสียเวลาชักช้าเราอาจตรงไปยะวาหาเครื่องจักรหาผู้ชำนาญที่เคยทำมาแล้ว ในโรงทำน้ำตาล
จะเป็นเจ๊กหรือแขกก็ช่างให้ได้ความรู้จริงก็พอ จะรวบรัดงานให้เร็วเข้า และเสียค่าใช้จ่ายน้อย
เพราะในชั้นนี้เป็นวิธีทดลองกลาย ๆ จะเป็นการตัดรายจ่ายของประเทศได้มาก" >>>ปี
2474 นายมังกร สามเสน ได้ร่วมกับ นายจือเกีย เบญจกาญจน์ จัดตั้ง "ห้างหุ้นส่วนสยาม"ขึ้น
เพื่อประกอบกิจการค้าขายสินค้าของชำต่าง ๆ โดยมี นายมังกร สามเสน เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ
>>>
เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2475 นายมังกร สามเสน ได้ยื่นหนังสือถึงเจ้าพระยาวงษานุประพันธ์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรพาณิชยการ
เพื่อขอให้รัฐบาลสนับสนุนก่อตั้งบริษัท เพื่อทำไร่อ้อยและโรงงานน้ำตาลที่จังหวัดชลบุรี
โดยมีทุนจดทะเบียน 4 แสนบาท ในจำนวนนี้ 2 แสนบาทใช้ในการส่งเสริมการปลูกอ้อยจำนวน
10,000 ไร่ ทั้งนี้ ได้ขอให้รัฐบาลช่วยเหลือรวม 6 ข้อ ภายในเวลา 15 ปี เป็นเรื่องเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือด้านภาษี
4 ข้อ อีก 2 ข้อ เกี่ยวกับการห้ามตั้งโรงงานน้ำตาลขึ้นแข่งขัน และการให้สิทธิ์จับจองที่ดินรกร้างว่างเปล่าเพื่อทำไร่อ้อย
รวมทั้งอนุญาตให้วางรางรถงานและท่อน้ำได้เพื่อส่งถึงท่าเรือ แต่โครงการนี้ รัฐบาลได้ตอบปฏิเสธโรงงานน้ำตาลของ
นายมังกร สามเสน ที่จังหวัดชลบุรี จึงไม่เกิดขึ้น | | | บริษัท
บุญเกื้อพาณิช จำกัด | >>วันที่
21 ตุลาคม 2484 ได้มีการจดทะเบียนจัดตั้ง บริษัท บุญเกื้อพาณิช จำกัด ขึ้น เพื่อตั้งโรงงานอุตสาหกรรมผลิตน้ำตาล
มีสำนักงานอยู่เลขที่ 6 ตำบลปากคลองสามเสน อำเภอดุสิตจังหวัดพระนคร ผู้เริ่มก่อการคือ
(1) นางสาวบุญเกื้อ สามเสน (2) นายนิวัต เบญจกาญจน์ โดยมีนายนิวัต เบญจกาญจน์ เป็นกรรมการผู้จัดการ
>>>เมื่อ
20 พฤศจิกายน 2488 จดทะเบียน บริษัท บุญเกื้ออุตสาหกรรม จำกัด วัตถุประสงค์เพื่อจัดตั้งโรงงานอุตสาหกรรมน้ำตาล
ทุน 400,000 บาท แบ่งเป็น 8,000 หุ้น ๆ ละ 50 บาท ผู้เริ่มก่อการคือ (1) นายมังกร
สามเสน (2) นางบุญเกื้อ เบญจกาญจน์ (3) นายสกล สามเสน (4) นายนิวัต เบญจกาญจน์ (5)
นางสาวกนก สามเสน (6) นางกิ่งแก้ว จารุวัสตร์ และ (7) นางสาวกนิษฐา สามเสน เรียกเก็บ
25 บาท/หุ้น เงิน 200,000 บาท
>>>สำนักงานใหญ่
ย้ายจากตำบลปากคลองสามเสน อำเภอดุสิต จังหวัดพระนคร มาที่ใหม่ตั้งอยู่เลขที่ 1156
ถนนนครชัยศรี จังหวัดพระนคร
>>>โรงงานน้ำตาลของ
บริษัท บุญเกื้ออุตสาหกรรม จำกัด เป็นโรงงานขนาดกำลังการผลิตต่ำอาศัยวัตถุดิบเป็นน้ำเชื่อม
หรือน้ำตาลทรายแดงจากจังหวัดชลบุรีและอุดรธานีมาป้อนโรงงานสินค้าที่ผลิตได้ จำหน่ายได้มีกำไรดีในช่วงสงครามโลกครั้งที่
2
>>>ระหว่างสงครามโลกครั้งที่
2 พ.ศ.2484 ถึง 2489 นี้ สภาวะการผลิตและการค้าน้ำตาลของไทยอยู่ในความยุ่งยาก เพราะผลผลิตไม่เพียงพอกับความต้องการ
ต้องส่งเสริมการผลิตภายในประเทศขึ้นทดแทนอย่างรีบด่วน เกิดโรงหีบน้ำตาลทรายแดงและน้ำตาลคุณภาพต่ำขึ้นมากมายในขณะที่น้ำตาลทรายขาว
ไม่สามารถผลิตเพิ่มขึ้นได้ เกิดสภาพที่เรียกว่า น้ำตาลทรายขาวขาดแคลนแต่น้ำตาลทรายแดงล้นตลาด"
>>>นโยบายควบคุมราคาของภาครัฐ
ก็เป็นเหตุหนึ่งที่ก่อให้เกิดภาวะดังกล่าวอย่างรุนแรง เพราะมีการควบคุมราคาน้ำตาลทรายขาวในระดับต่ำ
เกิดความขัดแย้งด้านนโยบาย น้ำตาลภายในประเทศระหว่าง กระทรวงอุตสาหกรรมกับกระทรวงพาณิชย์
สถานการณ์เช่นนี้ ติดต่อเรื้อรังมาจนสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 >>>นายมังกร
สามเสน ได้ถึงแก่กรรมในวันที่ 6 มกราคม 2490 รวมอายุ 59 ปี นับว่าเป็นนักคิดและนักปฎิบัติที่สำคัญคนหนึ่งในวงการอ้อยและน้ำตาลของไทย
ชีวิตของท่านประสบผลสำเร็จได้เห็นการเกิดขึ้นของอุตสาหกรรมน้ำตาลของไทย ตามที่ได้วาดหวังไว้
และตนเองได้เป็นเจ้าของโรงงานน้ำตาลเองอีกด้วย ท่านจบชีวิตลงในขณะที่ บริษัท บุญเกื้ออุตสาหกรรม
จำกัด กำลังจะย้ายไปอยู่ที่บ้านโนนจำปา ตำบล ตูมใต้ อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี
ซึ่งเป็นพื้นที่ ที่องค์การน้ำตาลไทยได้ไปเริ่มส่งเสริมการปลูกอ้อยไว้ และมีแผนที่จะตั้งโรงงานน้ำตาลทรายขาวขึ้นที่นั่นหนึ่งโรงงาน
ตามแรงผลักดันของ ส.ส.อีสานกลุ่ม นายทองอินทร์ ภูริพัฒน์ แต่ประสบปัญหาด้านการเงิน
จึงได้ยุติโครงการนี้ในที่สุด |
|