 | | เกิด | วันที่
7 พฤศจิกายน 2443 ในสมัย ร.5 ณ บ้านริมคลองโอ่งอ่าง สำราญราษฎร์ จ. พระนคร | | ถึงแก่กรรมวันที่
13 มกราคม 2540 รวมอายุ 96 ปี | | บิดา
| พระยาประชากิจกรจักร
(ชุบ โอสถานนท์) | | มารดา |
คุณหญิงนิล โอสถานนท์ | | พี่น้อง
|
ร่วมบิดามารดา จำนวน 9 คน | | ครอบครัว | | | สมรสกับคุณหญิงอมร
สีบุญเรือง มีบุตร 2 คน คือ | (1)
นายวิระ โอสถานนท์ สมรสกับ น.ส.อรนุช บุณยประสพ (2) นายอภิลาศ โอสถานนท์ สมรสกับ
น.ส.เปรมพันธ์ เสตสุวรรณ |
|
| การศึกษา | เรียน
ก.ข. ที่สำนักมหาอยู่ วัดสระเกศ กรุงเทพฯ เรียนต่ออีกหลายโรงเรียน
เช่น ร.ร.ราชวิทยาลัย , เทพศิรินทร์ สวนกุหลาบ และ กรุงเทพคริสเตียน เป็น ร.ร.สุดท้าย พ.ศ.
2453 เข้าศึกษา ร.ร. มหาดเล็กหลวง เป็นเวลา 9 ปี จบชั้น ม.8 พ.ศ.
2464-2472 เข้าศึกษา ณ ประเทศอังกฤษ สำเร็จการศึกษาเทียบเท่าปริญญาตรี (B.D.F.A)
จาก City and Guild Engineering College School of University of London ทางวิศวกรรม
และทางด้านการเกษตรจาก Sylhale Agricultural College Devenshire (เดวอนเชียร์)
| ตำแหน่งราชการ | 2472 |
- ผู้ช่วยเจ้าพนักงานของ กรมเกษตร กระทรวงเกษตรฯ | 2474 |
- ผู้จัดการเขตทดลองคลองรังสิต กระทรวงเกษตรฯ | 2475 |
- สารวัตรชั้น 1 กรมสหกรณ์ กระทรวงเกษตรฯ | | -
ข้าหลวงพาณิชย์ต่างประเทศ ประจำประเทศจีน คนแรก | 2484 |
- พันตรีสื่อสารทหารบก | | -
อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ |
| ตำแหน่งการเมืองด้านนิติบัญญัติและสภาท้องถิ่น | 2475 |
- ร่วมในคณะผู้ก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 | 2489 |
- ประธานพฤฒิสภา และ รัฐสภา | 2502 |
- สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ | 2508 |
- ประธานสภาจังหวัดชลบุรี |
| ตำแหน่งการเมืองด้านการบริหาร | 2476 |
- เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงธรรมการ | 2478 |
- เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐการ | 2482 |
- รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม | 2489 |
- รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ |
| งานด้านธุรกิจ | - | ก่อตั้งธนาคารนครหลวงไทย
จำกัด | - | ก่อตั้งธนาคารเกษตรจำกัด
(ธนาคารกรุงไทย ปัจจุบัน) | - | ธุรกิจโรงทำแฮมและเบคอน
บริษัทผลิตอาหาร จำกัด | - | ธุรกิจโรงงานน้ำตาล
บริษัทไทยกสิกรอุตสาหกรรม จำกัด และ บริษัทสยามกสิกรรม จำกัด | - | ธุรกิจโรงงาน
แป้งมัน |
| |
>>>พ.ต.วิลาศ
โอสถานนท์ มีชีวิตที่น่าสนใจศึกษาเป็นอย่างยิ่ง เกี่ยวข้องกับงานต่างๆ หลายด้านทั้งภาครัฐ
และ เอกชน >>>ด้านการเมืองถือว่า
เป็นผู้บุกเบิกระบบประชาธิปไตยของประเทศไทย เข้าร่วม คณะผู้ก่อการปี 2475 ด้านนิติบัญญัติ
เคยดำรงตำแหน่งเป็น ประธานรัฐสภา (ระดับชาติ) ปี 2489 และ ระดับท้องถิ่นเคยดำรงตำแหน่งประธานสภาจังหวัดชลบุรี
ปี 2508 ซึ่งกรณีเช่นนี้เราไม่คอยพบเห็นในประวัติของคนทั่วไป แสดงถึงวิญญาณนักประชาธิปไตยที่แท้จริงในตัวของท่าน
สามารถดำรงตำแหน่งได้ทั้งระดับชาติและระดับจังหวัด >>>สำหรับงานการเมืองด้านการบริหาร
พ.ต.วิลาศ โอสถานนท์ มีประวัติความก้าวหน้ามาเป็นลำดับตั้งแต่ ตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงธรรมการ
และเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐการ ไปสู่ตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ในที่สุด
เรื่องราวทางการเมืองของ พ.ต.วิลาศ
โอสถานนท์ มีมากมายทั้งประสบการณ์ที่สำเร็จน่าชื่นใจและประสบการณ์ที่เจ็บปวด เช่น
กรณีต้องเดินทางออกไปนอกประเทศ เพื่อหลบภัยรัฐประหารวันที่ 8 พฤศจิกายน 2490 เป็นต้น
ข้อเท็จจริงเหล่านี้มิใช่ประเด็นที่จะกล่าวในที่นี้ | | | พ.ต.วิลาศ
โอสถานนท์ กับ ธุรกิจโรงงานน้ำตาล | >>>กรณีของอ้อยและน้ำตาลพบว่า
พ.ต.วิลาศ โอสถานนท์ได้ร่วมสร้างโรงงานน้ำตาลกับคณะบุคคลที่มีความมุ่งมั่น ที่จะสร้างอุตสาหกรรมนี้ของชาติหลายคน
เช่น นายสาย นิธินันท์ และ ม.ล. ยวง อิศรเสนา ผู้ก่อตั้งและบริหารโรงงานรัฐวิสาหกิจที่
ลำปางและอุตรดิตถ์ มาแล้ว >>>พ.ต.วิลาศ
โอสถานนท์ เข้ามาเกี่ยวข้องกับ ธุรกิจโรงงานน้ำตาลในยุคเริ่มต้น ของอุตสาหกรรม
โดยการประสานงานรวมบุคคล เข้าเป็นคณะผู้ก่อการจัดตั้งบริษัทโรงงานน้ำตาลได้อย่างเหมาะสม
คนเหล่านี้เห็นว่าเมื่อภาครัฐได้สร้างโรงงานขึ้นที่ลำปางและอุตรดิตถ์แล้ว ก็อยากเห็นโรงงานภาคเอกชนเกิดขึ้นตามมาบ้าง
>>>ที่ตั้งโรงงาน
คณะบุคคลเหล่านี้เลือกทางภาคตะวันออก คือ จังหวัดชลบุรี และระยอง และเลือกโรงงานชนิดที่มีลูกหีบคือ
ผลิตน้ำตาลจากอ้อยมิใช่จากน้ำเชื่อมหรือน้ำตาลทรายแดงซึ่งถอดแบบมาจากโรงงานรัฐวิสาหกิจ |
| | | บริษัท
ไทยกสิกรอุตสาหกรรม จำกัด | >>>เมื่อวันที่
15 ธันวาคม 2485 พ.ต.วิลาศ โอสถานนท์ ได้ร่วมกับคณะรวม 7 คนยื่นจัดตั้ง บริษัทไทยกสิกรอุตสาหกรรม
จำกัด ขึ้น มีทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท แบ่งเป็น 10,000 หุ้น ๆ ละ 1,000 บาท ประกอบด้วย
(1) พล.ท. จรูญ รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ (2) พ.ต. วิลาศ โอสถานนท์ (3) นายประเสริฐ
คุณวิสาล (4) นายจุลินทร์ ล่ำซ่ำ (5) พล.ร.ต.กระแส ป.สรยุทธ์เสนี (6) น.ส.อินทิรา
โอสถานนท์ และ (7) นายโชติ บุนนาค >>>วันที่
27 มกราคม 2486 ได้ยื่นจัดตั้งบริษัทนี้ใหม่อีกครั้งสำนักงานตั้งอยู่เลขที่ 170 ถนนเจริญกรุง
ต.ประตูสามยอด จ.พระนคร ผู้ถือหุ้น 7 คน คือ (1) พล.ร.ต.สินธุ์ กมลนาวิน (พล.ร.ต.หลวงสินธุ์สงครามชัย)
(2) พล.ท.จรูญ รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ (3) นายวนิช ปานะนนท์ (4) พ.ต.วิลาศ โอสถานนท์
(5) นายจำลอง เทวกุล (6) นายสาย นิธินันท์ และ (7) ม.ล.ยวง อิศรเสนา >>>โรงงานน้ำตาลตั้งอยู่ที่
จังหวัดชลบุรี มีกำลังผลิตขนาดเล็ก เครื่องจักรเลียนแบบจากโรงงานน้ำตาลไทยลำปาง และ
ไทยอุตรดิตถ์ ซึ่งกรรมการของบริษัทนี้ดำเนินการอยู่ด้วย >>>ปี
2489 เป็นยุคทองของกลุ่ม พ.ต.วิลาศ โอสถานนท์ โดยมีนายทองอินทร์ ภูริพัฒน์ หม่อมหลวงกรี
เดชาติวงศ์ เป็นรัฐมนตรีร่วมคณะ ความมุ่งมั่นของคนกลุ่มนี้ต้องการให้อุตสาหกรรมน้ำตาลขยายตัวออกไปอย่างทั่วถึง
ในทุกภาคของประเทศไทย >>>ครั้นเกิดเหตุการณ์รัฐประหารปี
2490 ขึ้น กลุ่มบุคคลเหล่านี้ได้รับผลกระทบทางการเมืองมาก อย่างไรก็ดี ยังสามารถประคับประคองตัวมาได้
และมีการปรับเปลี่ยนให้บุคคลเข้ามาร่วมเป็นกรรมการบริษัทนี้หลายคนในระยะต่อๆ มา เช่น
นายจุลินทร์ ล่ำซ่ำ นายเล็ก โกเมศ นายยูมิน จูตระกุล พ.อ.ช่วง เชวงศักดิ์สงครามและพล.ต.ประภาส
จารุเสถียร >>>โรงงานน้ำตาลไทยกสิกรอุตสาหกรรมนี้เป็นแม่แบบของโรงงานเอกชนหลายแห่ง
ปรากฏจากคำสัมภาษณ์ ของนายสุรีย์ อัษฎาธร ผู้บุกเบิกอุตสาหกรรมน้ำตาลคนสำคัญของไทย
ต้นกำเนิดของกลุ่มไทยรุ่งเรือง ได้เคยให้สัมภาษณ์กับ " เบญจรงค์ " ในวารสารน้ำตาลฉบับเดือน
พฤษภาคม 2509 ว่า "เมื่ออายุ 36 ปี (พ.ศ.2487) นายสุรีย์ อัษฎาธร ได้เข้าฝึกกิจการทำน้ำตาลทรายจากบริษัทไทยกสิกรและจากโรงงานน้ำตาลอุตรดิตถ์
หลังจากได้รับความชำนาญและประสบการณ์มากเพียงพอแล้ว เขาก็สร้างโรงงานน้ำตาลทรายของตนเองบ้าง
โดยใช้ชื่อว่า "บริษัทร่วมกำลาภ จำกัด." ซึ่งเป็นโรงงานแรกของกลุ่มไทยรุ่งเรือง"
>>>การดำเนินงานของโรงงานไทยกสิกรอุตสาหกรรมชลบุรี
มีภาวะล้มลุกคลุกคลานมาเช่นเดียวกับ โรงงานขนาดเล็กทั่วไปในเวลานั้น ปี 2496 โรงงานแห่งนี้
มีกำลังการผลิตวันละ 50 ตัน หรือปีละ 4,000 ตันอ้อย หรือผลิตน้ำตาลได้ปีละประมาณ
3,000 กระสอบ >>>วันที่
19 ตุลาคม 2504 พ.ต.วิลาศ โอสถานนท์ ในฐานะผู้ประกอบกิจการโรงงานน้ำตาลมาแล้ว 15
ปี ได้อธิปรายในการประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญในฐานะรัฐสภาเกี่ยวกับร่าง พระราชบัญญัติอุตสาหกรรมน้ำตาลทราย
พ.ศ. 2504 สะท้อนภาพให้เห็นว่า "ภาวะของอุตสาหกรรมน้ำตาล อยู่ในสภาพล้มลุกคลุกคลานมาตลอด
โรงงานน้ำตาลเอกชนจำนำไว้กับธนาคารที่เป็นของรัฐบาลเช่น ธนาคารมณฑล ธนาคารกรุงเทพ
ธนาคารต่างๆ เหล่านี้ได้ยึดโรงงานน้ำตาลนั้นไว้ คล้ายๆว่า เอาเหล็กนั้นไว้โดยสมบูรณ์ในเวลานี้
เพราะฉะนั้น เอกชนที่ผลิตอยู่ในเวลานี้ มีน้อยเต็มที นอกจากทำไปไม่ให้มันล้มเท่านั้นเอง
" >>>ประมาณปี
2503-05 โรงงานแห่งนี้ได้ขายกิจการให้แก่ บริษัท บางกอกอุตสาหกรรม จำกัด ต่อมาได้ขายต่อไปยังบริษัทอุตสาหกรรมบ้านไร่
จำกัด ของนายอุดม รัตตนิน และนายปรีชา พิสิษฐเกษม >>>ปี
2507/08 โรงงานอุตสาหกรรม ไร่1(ไทยกสิกร) ใช้วัตถุดิบในการผลิต ประกอบด้วย อ้อย ได้
57,511.62 ตัน น้ำเชื่อม 3,934.16 ตัน และ น้ำตาลทรายแดง 144.36 ตัน ผลิตน้ำตาลทรายขาวได้
51,244 กระสอบ ผลผลิตน้ำตาลต่อตันอ้อยเท่ากับ 63.41 กิโลกรัม ต่ออ้อย 1 ตัน ในขณะที่บริษัทชิบาโต
จำกัด (กุมภวาปี) ผลิตได้ 91.79 กิโลกรัม >>>ผู้เขียนได้พยายามสืบแหล่งข้อมูลต่างๆ
เพื่อค้นหาว่าโรงงานแห่งนี้ได้ตกทอดมาเป็นโรงงานของใครอย่างไร ในปัจจุบัน ขณะนี้ยังไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัด
จึงเพียงแต่สันนิษฐานว่าน่าจะเข้ารวมกิจการกับบริษัทสหการน้ำตาลชลบุรี จำกัด ของกลุ่มไทยรุ่งเรืองซึ่งได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี
2502 ที่ตำบล หนองไผ่แก้ว อำเภอบ้านบึง จ.ชลบุรี | | | บริษัทสยามกสิกรรม
จำกัด | >>>เมื่อวันที่
11 กุมภาพันธ์ 2492 พ.ต.วิลาศ โอสถานนท์ กับคณะรวม 13 คนได้จัดตั้ง บริษัทสยามกสิกรรม
จำกัด ขึ้นโดยมีผู้ก่อการดังนี้ (1) พ.ต.วิลาศ โอสถานนท์ (2) นายบุญทอง สันติกาญจน์
(3) นายโอสถ โกศิน (4) นายบุญจิตต์ สันติกาญจน์ (5) นายนิวัต เบญจกาญจน์ (6) นายประเสริฐ
สิทธิไชย (7) นางวรรณี สันติกาญจน์ (8) นายเอียม สุภาพกุล (9) คุณหญิงรามราชภักดี
(ชื่นแช่ม รามราชภักดิ์) (10) นายคุนจู แซ่โซ (11) นายใสเส็ง แซ่ตั้ง (12) นายก๊กฮุย
แซ่ตั้ง (13)นายเช้งฮวย แซ๋โซ
>>>รายชื่อผู้ก่อการ
มีบุคคลที่อยู่ในวงการน้ำตาล ได้แก่ พ.ต.วิลาศ โอสถานนท์ นายบุญทอง สันติกาญจน์
นายนิวัต เบญจกาญจน์ และ นายโอสถ โกสิน นอกนั้นเป็นชาวจีนที่ประสงค์จะลงทุนในกิจการนี้
>>>โรงงานน้ำตาลตั้งอยู่ที่จังหวัดระยอง
ซึ่งอยู่ที่ตำบลสำนักท้อน อ.เมือง จ.ระยอง อันเป็นสถานที่ตั้งของโรงงานน้ำตาลไทยร่วมเจริญในเวลาต่อมา
>>>การดำเนินกิจการโรงงาน
ปี 2503 ประสบกับภาวะขาดทุน ธนาคารกรุงเทพ ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนทางการเงิน จึงเข้าไปฟื้นฟูกิจการโดยส่งนายประสิทธิ์
กาญจนวัฒน์ และนายสนิท ทองวานิช เข้าไปกำกับดูแลกิจการ >>>เมื่อปรับปรุงกิจการเข้าที่แล้ว
ได้มีการโอนเปลี่ยนมือ ให้กลุ่มไทยรุ่งเรือง รับไปดำเนินการต่อไปในนาม ของ บริษัทไทยร่วมเจริญ
จำกัด ในปี 2510/11 >>>เมื่อปี
2536 โรงงานแห่งนี้ได้ย้ายไปที่ตำบลไผ่ล้อม อ.บางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก เปลี่ยนชื่อเป็น
โรงงานน้ำตาลพิษณุโลก กำลังหีบอ้อยสูงสุด 18,038 ตันอ้อยต่อวัน | | | สรุป | >>>พ.ต.
วิลาศ โอสถานนท์ ได้เข้าสู่วงการน้ำตาลในฐานะผู้ที่มีความสามารถในการรวมตัวกันของบุคคล
หลายฝ่ายเข้าด้วยกัน คือ นักการเมือง นักธุรกิจ และนักการเงิน รวมทั้ง ผู้บุกเบิกอุตสาหกรรมน้ำตาลรุ่นแรกของไทยด้วย
>>เริ่มต้นจากบริษัทไทยกสิกรอุตสาหกรรม
จำกัด ซึ่งถือว่าเป็นโรงงานน้ำตาลเอกชนรายแรกที่ผลิตน้ำตาลจากอ้อยโดยตรง หรือโรงงานประเภทมีลูกหีบ
ตั้งอยู่ที่จังหวัดชลบุรี ขณะนั้นประสิทธิภาพโรงงานแห่งนี้ไม่ด้อยไปกว่าโรงงานของภาครัฐทั้ง
2 โรงงาน >>>การดำเนินงานได้ผ่านมาหลายปี
ลุถึงปี 2503-05 ได้มีการเปลี่ยนมือกิจการไปยังบริษัทบางกอกอุตสาหกรรม จำกัด บริษัท
อุตสาหกรรมบ้านไร่ จำกัด และรวมเข้ากับสหการน้ำตาลชลบุรี จำกัดในที่สุด >>>ส่วนอีกบริษัทหนึ่ง
ก็คือ บริษัทสยามกสิกรรม จำกัด ได้ตั้งขึ้นใน ปี 2492 และท้ายที่สุดได้เปลี่ยนมือมาเป็น
บริษัทไทยร่วมเจริญ จำกัด >>>บทบาทของ
พ.ต.วิลาศ โอสถานนท์ ในวงการน้ำตาลไทยถือว่าเป็น ผู้ประกอบการรายแรกที่ระดม บุคลากร
มาจัดตั้งโรงงานทันสมัยขึ้นที่ จังหวัดชลบุรี และ ระยอง โดยถอดแบบมาจากรัฐวิสาหกิจและสามารถเป็นแหล่งเรียนรู้ของผู้ประกอบการอีกหลายแห่ง
ในยุคต่อมา
|
|