>>>การดำเนินงานของโรงงาน
น้ำตาลทรายขาวเรืองชัย ประสบปัญหาด้านการเงิน นายวีระ รมยะรูป จึงชักชวน นายก่าย
โภคสวัสดิ์ เข้ามาเป็นหุ้นส่วนด้วย พร้อมกับแผนฟื้นฟูกิจการด้านไร่อ้อย โรงงานน้ำตาลและแผนทางการเงิน >>>นายก่าย
โภคสวัสดิ์ เห็นความจำเป็นว่า ต้องพัฒนาการปลูกอ้อย และ จัดหา วัตถุดิบป้อนโรงงานให้เพียงพอ
จึงได้ ส่งเสริมการปลูกอ้อยและตั้งโรงงาน น้ำเชื่อม และ น้ำตาลทรายแดง ขึ้นที่ นิคมคำสร้อย
จังหวัด มุกดาหาร ทั้งนี้เพื่อทำน้ำเชื่อม หรือ น้ำตาลทรายแดงไปป้อนโรงงาน โรงงานน้ำเชื่อมแห่งนี้
ชื่อ โรงงานน้ำตาลสหนิคม >>>การดำเนินงานของ
โรงงานน้ำตาลเรืองชัย ยังคงมีอุปสรรค จนไม่สามารถผ่านพ้น วิกฤติราคาน้ำตาลทรายตกต่ำไปได้
กิจการขาดทุน หุ้นส่วนจึงขายกิจการทั้งหมด ให้แก่ นายก่าย โภคสวัสดิ์ รับผิดชอบแต่ฝ่ายเดียว
>>>นายก่าย
โภคสวัสดิ์ เมื่อเข้ามารับผิดชอบเต็มตัว จึงย้ายโรงงานมาตั้งที่ อำเภอนิคมคำสร้อย
จังหวัดมุกดาหาร พร้อมทั้งเปลี่ยนชื่อ โรงงานน้ำตาลสหนิคม โรงงานน้ำเชื่อมของตนเอง
มาเป็น บริษัทสหเรือง จำกัด ตั้งแต่วันที่ 14 พฤศจิกายน 2506 ทุนจดทะเบียน 2.2 ล้านบาท >>>กิจการโรงงานน้ำตาลเป็นกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร
อุตสาหกรรม และ การค้าในตัวของมันเอง ระยะนี้อุตสาหกรรมน้ำตาลอยู่ภายใต้ พ.ร.บ. อุตสาหกรรมน้ำตาลทราย
พ.ศ. 2504 มีการกำกับดูแลโรงงานน้ำตาลทรายทั่วประเทศ ไม่ว่าขนาดเล็ก หรือ ขนาดใหญ่
มีการสนับสนุนจากทางราชการในด้านวิชาการ อยู่บ้างเล็กน้อย
>>>โรงงานสหเรือง
มีขนาดเล็ก กำลังการผลิตที่ได้รับอนุญาต เมื่อปี 2504/05 มีเพียง 200 ตันอ้อยต่อวัน
แม้กระนั้น ก็ไม่สามารถหีบได้เต็มกำลังการผลิต เพราะ อ้อยมีจำกัด ตลาดจำกัด ประสิทธิภาพในการผลิต
ยังต่ำกว่าโรงงานมาตรฐานของประเทศ และ ปัญหาสำคัญที่สุด คือ การไม่มีเวลาเข้าไปควบคุมกิจการนี้อย่างใกล้ชิด
เกิดการรั่วไหล ตั้งแต่ระดับไร่ โรงงาน และ เครื่องจักรต่าง ๆ

>>>ธุรกิจน้ำตาลทรายล้มลุกคลุกคลานเรื่อยมา
จนประสบโอกาส เมื่อภาวะน้ำตาลทรายในตลาดโลกเปิดทางให้ เกิดภาวะขาดแคลนน้ำตาลขึ้น
ในขณะที่ โรงงานน้ำตาลทรายแห่งนี้ ได้ขยายกำลังการผลิตสูงขึ้น มาเป็นลำดับ ปี 2517/18
สามารถหีบอ้อยได้ 26,525 ตัน ผลิตน้ำตาลทรายได้ 16,360 กระสอบ เพิ่มขึ้นเท่าตัว จากปีก่อน
สถานการณ์เช่นนี้ ถือว่า โชคช่วยจริง ๆ
>>>กิจการโรงงานน้ำตาลทรายสหเรือง
ได้ขยายกำลังการผลิตให้สูงขึ้นมาเป็นลำดับ โดยมี นายประมวลศิลป์ โภคสวัสดิ์ ลูกชายคนที่สอง
เข้ามารับผิดชอบกิจการทั้งหมดแทน ในฐานะกรรมการผู้จัดการ และมีนายประจง โภคสวัสดิ์
ลูกชายคนที่สาม เข้ามาดูแลงานด้านการผลิต และ โรงงาน ในฐานะผู้จัดการโรงงาน หลังสำเร็จการศึกษาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ด้าน วิทยาศาสตร์ เคมีเทคนิค ปัญหาด้านการบริหารจัดการเข้าที่เข้าทางมากขึ้นเป็นลำดับ
>>>ในการขยายกิจการนี้
นายก่าย โภคสวัสดิ์ เห็นว่า สถานที่ตั้งที่ นิคมคำสร้อย นั้นมีพื้นที่จำกัด การส่งเสริมและขยายไร่อ้อยกระทำไม่ได้
จึงได้ย้ายและขยายโรงงานมาตั้งที่แห่งใหม่ ที่ ตำบล ทรายใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร
ในปัจจุบัน โดยการเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 43 ล้านบาท เมื่อปี พ.ศ. 2534 พร้อมกับขยายกำลังการผลิตของโรงงาน
ขึ้นเป็นวันละ 14,000 ตันอ้อย โรงงานแห่งนี้เคยหีบอ้อยได้สูงสุด 1.2 ล้านตัน ในปี
2545/46 ได้น้ำตาลทราย 1.23 ล้านกระสอบ ฤดูการผลิตล่าสุด ปี 2549/50 โรงงานแห่งนี้
หีบอ้อย ได้ทั้งสิ้น 803,906.730 ตัน เป็นน้ำตาลทราย ทั้งสิ้น 860,264.90 กระสอบ
>>>กล่าวโดยสรุป
นายก่าย โภคสวัสดิ์ เริ่มเข้าสู่ธุรกิจน้ำตาลทรายด้วยการชักชวนของ นายวีระ รมยะรูป
จาก ธนาคารกรุงเทพ จำกัด ให้เข้ามาร่วมฟื้นฟูกิจการของ โรงงานน้ำตาลทรายขาวเรืองชัย
ซึ่งกำลังประสบปัญหาอยู่ในขณะนั้น การเข้าไปร่วมกิจการในบางส่วน ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้
จึงถูกขอร้องให้รับมาเป็นกิจการของตนเองเต็มตัว ในเวลาต่อมา การเข้ามาสู่วงการนี้จึงเป็นด้วยเหตุการณ์บังคับ >>>วิกฤติการณ์
น้ำตาลทราย ตั้งแต่ปี 2504/05 เป็นต้นมาจนถึง ยุคทองของน้ำตาลทราย ปี 2517/18 มีความรุนแรงมาก
โรงงานขนาดเล็ก บริหารแบบครอบครัว โรงงานตั้งอยู่ต่างจังหวัด กำลังเงินทุนไม่เข้มแข็ง
ล้วนเลิกล้มกิจการไปจนหมดสิ้น โรงงานแห่งนี้ผ่านพ้นมาได้เป็นกรณี ที่เหลือเชื่อไม่น้อย
>>>นายก่าย
โภคสวัสดิ์ เคยเล่าให้ฟังว่า เมื่อครั้งเข้าไปรับมอบกิจการมาทำโดยลำพังนั้น ต้องทุ่มเทและใช้ความพยายามมากที่สุดในชีวิต
ต้องทำด้วยตัวเองเกือบทุกอย่าง หลังจากที่พบว่า การอาศัยคนอื่น ทำงานนั้น ก่อให้เกิดปัญหารั่วไหลมากมาย
การขาดแคลนบุคลากรและเงินทุน ในต่างจังหวัด เป็นอุปสรรคสำคัญ ของการพัฒนาโรงงานแห่งนี้
ในระยะต้น ๆ เป็นอย่างยิ่ง
>>>เมื่อเขาได้ลูกชายเข้ามาช่วยงาน
และวางระบบการพัฒนาบุคคลในระดับโรงงานและ ไร่ จากคนในท้องถิ่น และ เครือญาติ ได้เข้าที่เข้าทางเขาจึงปรับการบริหารกิจการให้เข้าสู่สากลได้ในเวลาต่อมา
>>>นายก่าย
โภคสวัสดิ์ และ โรงงานน้ำตาลสหเรือง จึงเป็นประวัติศาสตร์โรงงานน้ำตาลทรายในภาคอีสาน
โรงงานหนึ่ง ที่มีการพัฒนามายาวนาน ผ่านสภาพการเป็นโรงงานขนาดเล็ก หีบอ้อยผลิตน้ำเชื่อม
และ น้ำตาลทรายแดง ให้แก่โรงงานอื่น มาเป็นโรงงานที่มีลูกหีบเอง ผลิตน้ำตาลทราย ได้ปีละ
1,000 - 2,000 กระสอบ ในปี 2505/06 และได้ขยายมาเป็น ปีละ 860,264.90 กระสอบ ในปี
2549/50
>>>บทเรียนที่สำคัญจากโรงงานแห่งนี้
คือ บทเรียนแห่งการปรับตัวของนักลงทุนท้องถื่น ในภูมิภาคที่ ยืนหยัดมาตลอดเกือบ 50
ปี จนมายืนอยู่ในระดับที่มั่นคง เป็นกำลังสำคัญของเศรษฐกิจในจังหวัด มุกดาหาร ในปัจจุบัน
ก้าวย่างต่าง ๆ นี้ผ่านวิกฤติมาได้ ในช่วงเวลาดังกล่าวนี้เป็นกรณีที่น่าชื่มชมมากกรณีหนึ่ง
|