นายก่าย โภคสวัสดิ์

( บริษัท สหเรือง จำกัด )
เกิดวันที่ 31 สิงหาคม 2467 ที่ อำเภอ มุกดาหาร จังหวัด นครพนม (ในสมัยนั้น) ปัจจุบันเป็น จังหวัด มุกดาหาร
บิดา นายหยู่เซี่ยง แซ่เจีย
มารดา นางเซีย ถังสี
ครอบครัวแต่งงานกับ นางเอ็ง แซ่ตั้ง มีบุตรธิดา 9 คน คือ

(1) พล.ต.ท. สุวัฒนา โภคสวัสดิ์
(2) นางทิวาวรรณ ศิริคูณ
(3) รศ.ทญ. นันทิรา โภคสวัสดิ์
(4) นายประมวลศิลป์ โภคสวัสดิ์
(5) นางศิริพิณ พงเกียรต์ศักดิ์
(6) นายประจง โภคสวัสดิ์
(7) พ.อ.นพ.ประวิทย์ โภคสวัสดิ์
(8) พญ.สุพิน จิระตระการวงศ์
(9) นางสุพร รักสัตย์

การศึกษา
  • ชั้นประถมปีที่ 3 ที่โรงเรียน มุกดาลัย จังหวัด มุกดาหาร
  • เรียนต่อที่ประเทศจีน
  • เมื่อเกิดสงครามมหาเอเซียบรูพา กลับมาเรียนต่อที่ แขวงสุวรรณเขต ประเทศลาว
การทำงาน
>>>นายก่าย โภคสวัสดิ์ เป็นนักธุรกิจฐานต่างจังหวัด ที่ประกอบกิจการมากมายมา
ตลอดเวลา 84 ปี ที่มีชีวิตอยู่ เริ่มตั้งแต่ธุรกิจร้านโซห่วย ซื้อขายของป่า ตัวแทนจำหน่ายสุราแม่โขงโรงสีข้าว โรงปอ โรงมัน โรงน้ำแข็ง ปั้มน้ำมัน รถโดยสาร ตัวแทนจำหน่ายรถจักรยานยนต์ และรถยนต์ รวมทั้งเป็น คอมปะโด ของ ธนาคารกรุงเทพพาณิชย์การ ด้วย

>>>ธุรกิจที่น่าสนใจ ของนายก่าย โภคสวัสดิ์ คือ ธุรกิจโรงงานน้ำตาล เพราะ
นายก่าย โภคสวัสดิ์ เป็นนักธุรกิจฐานต่างจังหวัดคนเดียว ที่สามารถนำธุรกิจนี้ผ่านวิกฤติในวงการอ้อยและน้ำตาล หลายครั้ง สามารถปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์มาได้ทุกยุคทุกสมัย รูปแบบการบริหารของโรงงานนี้ คือ โรงงานขนาดเล็ก บริหารในระบบครอบครัว สถานที่ตั้งห่างไกลตลาด อยู่ชายแดนติดกับประเทศลาว ระยะทางจาก มุกดาหาร ถึง กรุงเทพ ไกลมาก ค่าขนส่งแพง คำถามที่น่าสนใจมีว่า ธุรกิจในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ เติบโตมาได้ด้วยความมั่นคงได้อย่างไร


ธุรกิจโรงงานน้ำตาล

>>>นายก่าย โภคสวัสดิ์ ตั้งรากฐานประกอบอาชีพอยู่ในเขตพื้นที่จังหวัด อุบลราชธานี และ นครพนม มาตั้งแต่ดั้งเดิม กรณีอุตสาหกรรมน้ำตาล เมื่อปี พ.ศ. 2490 องค์การน้ำตาลไทย ได้วางเป้าหมายที่ จะสร้างโรงงานน้ำตาลทรายขาวขึ้น ที่อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี โดยมีการส่งเสริมชาวไร่อ้อย และ สร้างโรงงานน้ำตาลทรายแดงขึ้นก่อนเป็นการเตรียมความพร้อม รองรับโรงงานน้ำตาลทรายขาวในอนาคต

>>>เมื่อองค์การน้ำตาลไทย ประสบปัญหาไม่สามารถสร้างโรงงานน้ำตาลทรายขาวที่จังหวัดอุบลราชธานีได้ ภาคเอกชนก็ได้เข้าสวมบทบาทแทน ปี พ.ศ. 2494 มีการตั้งโรงงานน้ำตาลวาริน ที่ตำบลท่าช้าง อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ผู้ก่อตั้งโรงงานดังกล่าว คือ ขุนเวชชรัตนรักษา (เวช รัตนิน) และ นายอุดม รัตนิน เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ

>>>ปี 2499 มี โรงงานน้ำตาลทรายขาว เรืองชัย ขึ้นอีกหนึ่งโรงที่อำเภอวารินชำราบ โดยจดทำเบียน เป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด วันที่ 16 พฤศจิกายน 2499 มีหุ้นส่วนผู้จัดการคือ นายคุ้ย โหตระไวศยะ หุ้นส่วนอื่นประกอบด้วย (1) นายชุณห์ วานิชกุล (2) นายวีระ รมยะรูป (3) นายด่อง จันทรสาขา (4) นายสมศักดิ์ โหตระไวศยะ (5) น.ส. พาณี ยิ้มละไม (6) นางเพ็ชอุ่น อื้อศรีวงษ์ (7) นางเป้า ไทยศีห์ราช (8) นายบุญเย็น อื้อศรีวงษ์ (9) นายสงวน แซ่ตั้ง

>>>การดำเนินงานของโรงงาน น้ำตาลทรายขาวเรืองชัย ประสบปัญหาด้านการเงิน นายวีระ รมยะรูป จึงชักชวน นายก่าย โภคสวัสดิ์ เข้ามาเป็นหุ้นส่วนด้วย พร้อมกับแผนฟื้นฟูกิจการด้านไร่อ้อย โรงงานน้ำตาลและแผนทางการเงิน

>>>นายก่าย โภคสวัสดิ์ เห็นความจำเป็นว่า ต้องพัฒนาการปลูกอ้อย และ จัดหา วัตถุดิบป้อนโรงงานให้เพียงพอ จึงได้ ส่งเสริมการปลูกอ้อยและตั้งโรงงาน น้ำเชื่อม และ น้ำตาลทรายแดง ขึ้นที่ นิคมคำสร้อย จังหวัด มุกดาหาร ทั้งนี้เพื่อทำน้ำเชื่อม หรือ น้ำตาลทรายแดงไปป้อนโรงงาน โรงงานน้ำเชื่อมแห่งนี้ ชื่อ โรงงานน้ำตาลสหนิคม

>>>การดำเนินงานของ โรงงานน้ำตาลเรืองชัย ยังคงมีอุปสรรค จนไม่สามารถผ่านพ้น วิกฤติราคาน้ำตาลทรายตกต่ำไปได้ กิจการขาดทุน หุ้นส่วนจึงขายกิจการทั้งหมด ให้แก่ นายก่าย โภคสวัสดิ์ รับผิดชอบแต่ฝ่ายเดียว

>>>นายก่าย โภคสวัสดิ์ เมื่อเข้ามารับผิดชอบเต็มตัว จึงย้ายโรงงานมาตั้งที่ อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร พร้อมทั้งเปลี่ยนชื่อ โรงงานน้ำตาลสหนิคม โรงงานน้ำเชื่อมของตนเอง มาเป็น บริษัทสหเรือง จำกัด ตั้งแต่วันที่ 14 พฤศจิกายน 2506 ทุนจดทะเบียน 2.2 ล้านบาท

>>>กิจการโรงงานน้ำตาลเป็นกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร อุตสาหกรรม และ การค้าในตัวของมันเอง ระยะนี้อุตสาหกรรมน้ำตาลอยู่ภายใต้ พ.ร.บ. อุตสาหกรรมน้ำตาลทราย พ.ศ. 2504 มีการกำกับดูแลโรงงานน้ำตาลทรายทั่วประเทศ ไม่ว่าขนาดเล็ก หรือ ขนาดใหญ่ มีการสนับสนุนจากทางราชการในด้านวิชาการ อยู่บ้างเล็กน้อย

>>>โรงงานสหเรือง มีขนาดเล็ก กำลังการผลิตที่ได้รับอนุญาต เมื่อปี 2504/05 มีเพียง 200 ตันอ้อยต่อวัน แม้กระนั้น ก็ไม่สามารถหีบได้เต็มกำลังการผลิต เพราะ อ้อยมีจำกัด ตลาดจำกัด ประสิทธิภาพในการผลิต ยังต่ำกว่าโรงงานมาตรฐานของประเทศ และ ปัญหาสำคัญที่สุด คือ การไม่มีเวลาเข้าไปควบคุมกิจการนี้อย่างใกล้ชิด เกิดการรั่วไหล ตั้งแต่ระดับไร่ โรงงาน และ เครื่องจักรต่าง ๆ

>>>ธุรกิจน้ำตาลทรายล้มลุกคลุกคลานเรื่อยมา จนประสบโอกาส เมื่อภาวะน้ำตาลทรายในตลาดโลกเปิดทางให้ เกิดภาวะขาดแคลนน้ำตาลขึ้น ในขณะที่ โรงงานน้ำตาลทรายแห่งนี้ ได้ขยายกำลังการผลิตสูงขึ้น มาเป็นลำดับ ปี 2517/18 สามารถหีบอ้อยได้ 26,525 ตัน ผลิตน้ำตาลทรายได้ 16,360 กระสอบ เพิ่มขึ้นเท่าตัว จากปีก่อน สถานการณ์เช่นนี้ ถือว่า โชคช่วยจริง ๆ

>>>กิจการโรงงานน้ำตาลทรายสหเรือง ได้ขยายกำลังการผลิตให้สูงขึ้นมาเป็นลำดับ โดยมี นายประมวลศิลป์ โภคสวัสดิ์ ลูกชายคนที่สอง เข้ามารับผิดชอบกิจการทั้งหมดแทน ในฐานะกรรมการผู้จัดการ และมีนายประจง โภคสวัสดิ์ ลูกชายคนที่สาม เข้ามาดูแลงานด้านการผลิต และ โรงงาน ในฐานะผู้จัดการโรงงาน หลังสำเร็จการศึกษาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ด้าน วิทยาศาสตร์ เคมีเทคนิค ปัญหาด้านการบริหารจัดการเข้าที่เข้าทางมากขึ้นเป็นลำดับ

>>>ในการขยายกิจการนี้ นายก่าย โภคสวัสดิ์ เห็นว่า สถานที่ตั้งที่ นิคมคำสร้อย นั้นมีพื้นที่จำกัด การส่งเสริมและขยายไร่อ้อยกระทำไม่ได้ จึงได้ย้ายและขยายโรงงานมาตั้งที่แห่งใหม่ ที่ ตำบล ทรายใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร ในปัจจุบัน โดยการเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 43 ล้านบาท เมื่อปี พ.ศ. 2534 พร้อมกับขยายกำลังการผลิตของโรงงาน ขึ้นเป็นวันละ 14,000 ตันอ้อย โรงงานแห่งนี้เคยหีบอ้อยได้สูงสุด 1.2 ล้านตัน ในปี 2545/46 ได้น้ำตาลทราย 1.23 ล้านกระสอบ ฤดูการผลิตล่าสุด ปี 2549/50 โรงงานแห่งนี้ หีบอ้อย ได้ทั้งสิ้น 803,906.730 ตัน เป็นน้ำตาลทราย ทั้งสิ้น 860,264.90 กระสอบ

>>>กล่าวโดยสรุป นายก่าย โภคสวัสดิ์ เริ่มเข้าสู่ธุรกิจน้ำตาลทรายด้วยการชักชวนของ นายวีระ รมยะรูป จาก ธนาคารกรุงเทพ จำกัด ให้เข้ามาร่วมฟื้นฟูกิจการของ โรงงานน้ำตาลทรายขาวเรืองชัย ซึ่งกำลังประสบปัญหาอยู่ในขณะนั้น การเข้าไปร่วมกิจการในบางส่วน ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ จึงถูกขอร้องให้รับมาเป็นกิจการของตนเองเต็มตัว ในเวลาต่อมา การเข้ามาสู่วงการนี้จึงเป็นด้วยเหตุการณ์บังคับ

>>>วิกฤติการณ์ น้ำตาลทราย ตั้งแต่ปี 2504/05 เป็นต้นมาจนถึง ยุคทองของน้ำตาลทราย ปี 2517/18 มีความรุนแรงมาก โรงงานขนาดเล็ก บริหารแบบครอบครัว โรงงานตั้งอยู่ต่างจังหวัด กำลังเงินทุนไม่เข้มแข็ง ล้วนเลิกล้มกิจการไปจนหมดสิ้น โรงงานแห่งนี้ผ่านพ้นมาได้เป็นกรณี ที่เหลือเชื่อไม่น้อย

>>>นายก่าย โภคสวัสดิ์ เคยเล่าให้ฟังว่า เมื่อครั้งเข้าไปรับมอบกิจการมาทำโดยลำพังนั้น ต้องทุ่มเทและใช้ความพยายามมากที่สุดในชีวิต ต้องทำด้วยตัวเองเกือบทุกอย่าง หลังจากที่พบว่า การอาศัยคนอื่น ทำงานนั้น ก่อให้เกิดปัญหารั่วไหลมากมาย การขาดแคลนบุคลากรและเงินทุน ในต่างจังหวัด เป็นอุปสรรคสำคัญ ของการพัฒนาโรงงานแห่งนี้ ในระยะต้น ๆ เป็นอย่างยิ่ง

>>>เมื่อเขาได้ลูกชายเข้ามาช่วยงาน และวางระบบการพัฒนาบุคคลในระดับโรงงานและ ไร่ จากคนในท้องถิ่น และ เครือญาติ ได้เข้าที่เข้าทางเขาจึงปรับการบริหารกิจการให้เข้าสู่สากลได้ในเวลาต่อมา

>>>นายก่าย โภคสวัสดิ์ และ โรงงานน้ำตาลสหเรือง จึงเป็นประวัติศาสตร์โรงงานน้ำตาลทรายในภาคอีสาน โรงงานหนึ่ง ที่มีการพัฒนามายาวนาน ผ่านสภาพการเป็นโรงงานขนาดเล็ก หีบอ้อยผลิตน้ำเชื่อม และ น้ำตาลทรายแดง ให้แก่โรงงานอื่น มาเป็นโรงงานที่มีลูกหีบเอง ผลิตน้ำตาลทราย ได้ปีละ 1,000 - 2,000 กระสอบ ในปี 2505/06 และได้ขยายมาเป็น ปีละ 860,264.90 กระสอบ ในปี 2549/50

>>>บทเรียนที่สำคัญจากโรงงานแห่งนี้ คือ บทเรียนแห่งการปรับตัวของนักลงทุนท้องถื่น ในภูมิภาคที่ ยืนหยัดมาตลอดเกือบ 50 ปี จนมายืนอยู่ในระดับที่มั่นคง เป็นกำลังสำคัญของเศรษฐกิจในจังหวัด มุกดาหาร ในปัจจุบัน ก้าวย่างต่าง ๆ นี้ผ่านวิกฤติมาได้ ในช่วงเวลาดังกล่าวนี้เป็นกรณีที่น่าชื่มชมมากกรณีหนึ่ง

 

 
Copyright @ Thai Sugar Millers Corp.
 
18 th Floor. IBM Building 388 Phaholyothin Road , Bangkok 10400 Thailand Tel. 0-2273-0992 Fax. 0-2619-0515 Email : info@thaisugarmillers.com