>>>นายสุเมธ
เตชะไพบูลย์ เข้ามาเกี่ยวข้องกับ วงการน้ำตาลทรายเป็นครั้งแรกในฐานะ ผู้ซื้อ กากน้ำตาล
หรือ โมลาส อันเป็นผลิตผลพลอยได้ (By Product) จากการผลิตน้ำตาลทรายเพื่อนำไปให้เป็นวัตถุดิบในการทำสุรา
>>>โดยปกติ
การผลิตและการค้ากากน้ำตาล ที่วัตถุดิบในการทำสุราขาดความมั่นคง และราคาผันแปรอยู่เสมอ
นายสุเมธ เตชะไพบูลย์ ร่วมกับ สมาคมผู้ค้าสุรา จึงได้จัดตั้งบริษัท ไทยโมลาส จำกัด
ขึ้นเมื่อ ปี 2506 เป็น บริษัท สำหรับซื้อโมลาส ป้อนโรงงานสุรากว่า 30 แห่ง ในขณะนั้น
สมาชิกสมาคม เป็นผู้บริหารโรงเหล้าเกือบทั้งหมด จึงมีอำนาจการต่อรองสูง เป็นผลดีแก่สมาชิก 
>>>ลุปี
2514 อันเป็นปีที่ อุตสาหกรรมน้ำตาลทราย เริ่มปรับตัวเข้ากับ การค้าในตลาดโลก ประเทศไทยมีบทบาทในการส่งออกน้ำตาลทราย
มากขึ้น ประกอบกับ รัฐบาล ในขณะนั้น เปิดโอกาสสำหรับผู้ประกอบการใหม่ ให้เข้ามาในวงการได้
โดยการอนุญาต ให้ตั้ง หรือ ขยาย โรงงานน้ำตาลได้
>>>นายสุเมธ
เตชะไพบูลย์ จึงได้เริ่มศึกษา ความเป็นไปได้ในทางเทคนิค และ เศรษฐกิจ พร้อมตัดสินใจจะสร้างโรงงานน้ำตาล
ที่ทันสมัย ขึ้น 2 แห่ง ที่ จังหวัด สิงห์บุรี และ สุพรรณบุรี >>>วันที่
24 กรกฎาคม 2516 นายสุเมธ เตชะไพบูลย์ จึงได้ร่วมกับคณะผู้ก่อการ จัดตั้ง บริษัท
อุตสาหกรรมน้ำตาลมหาคุณ จำกัด ขึ้น ทุนจดทะเบียน 20 ล้านบาท และมี การเพิ่มทุน 4
ครั้ง เป็น 180 ล้านบาท แบ่งออกเป็น 180,000 หุ้น ในราคาหุ้นละ 1,000 บาท ผู้ก่อการจัดตั้งบริษัท
คือ นายศุภสิทธิ์ มหาคุณ นายสุเมธ เตชะไพบูลย์ นายกมล เอี่ยมสกุลรัตน์ นายกวงจง แซ่เตีย
นายประสิทธิ์ มหาคุณ นายเชียร เลิศนครินทร์ และ ม.ร.ว. ปิติศิริ เกษมสันต์ และได้ก่อสร้างโรงงานขึ้นที่
จังหวัดสิงห์บุรี ส่วนที่ จังหวัดสุพรรณบุรี นั้นไม่ได้มีการก่อสร้าง ทั้ง ๆ ที่
ได้ซื้อเครื่องจักรไปบางส่วนแล้ว เพราะ เกิดวิกฤติการณ์ ราคาน้ำมันแพง จึงเลิกล้มกิจการไป
>>>โรงงานน้ำตาลมหาคุณ
เป็น โรงงานที่ใช้เครื่องจักร จากต่างประเทศ ที่ทันสมัยที่สุดในเวลานั้น สามารถผลิตน้ำตาลรีไฟน์ได้
เป็นโรงงานที่สองของประเทศไทยกำลังการผลิต 8,000 ตันอ้อยต่อวัน เริ่มปิดทำการผลิตครั้งแรกในฤดูการผลิต
ปี 2517/18 โดยมี นายเสาวรัจ นิตยวรรธนะ ผู้จัดการโรงงานรัฐวิสาหกิจ คือ โรงงานน้ำตาลสุพรรณบุรี
ได้ลาออกมาเป็นผู้จัดการโรงงานแห่งนี้
>>>โรงงานที่สร้างขึ้นใหม่
สร้างความตื่นตัวให้แก่วงการเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะ ด้านเทคนิคการผลิต และ ระบบการเทอ้อยจากรถ
แบบยกรถขึ้นเททั้งคัน น้ำตาลรีไฟน์ ที่ผลิตได้ก็มีคุณภาพสูง คนในวงการวิจารณ์กันว่า
โรงงานแห่งนี้เป็น โรงงานที่ทันสมัย และ ใช้เงินลงทุนมากที่สุดในเวลานั้น >>>อย่างไรก็ดี
หลังจากดำเนินธุรกิจนี้มาชั่วเวลาหนึ่ง นายสุเมธ เตชะไพบูลย์เห็นว่า ราคาน้ำตาลทรายได้ตกต่ำลงต่อเนื่องยาวนาน
ประกอบกับได้ถอนตัว ออกจากธุรกิจสุรา ไปแล้ว จึงได้ตัดสินใจขายกิจการให้แก่ กลุ่มโรงงานน้ำตาลบ้านโป่ง
ไปในปี 2526
>>>กลุ่มบ้านโป่ง
เข้าไปบริหารกิจการโรงงาน น้ำตาลสิงห์บุรี มาได้ช่วงเวลาหนึ่ง ครั้นถึงปี 2546/47
จึงได้โอนต่อไปให้ กลุ่มน้ำตาลมิตรผล เข้ามารับผิดชอบการบริหารสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน
>>>นายสุเมธ
เตชะไพบูลย์ ได้ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2536 รวมอายุทั้งสิ้น 69 ปี

|